ทำความเข้าใจเกี่ยวกับหุ้นสามัญคืออะไร

ในปี 2564 เราจะได้ยินคำว่าหุ้นเพิ่มมากขึ้นในทุก ๆ วัน เนื่องจากในยุคนี้ที่มีการนำเทคโนโลยีในการติดต่อสื่อสารที่รวดเร็วเข้ามาใช้ในการจัดการเกี่ยวกับการลงทุนมากขึ้น ทำให้หุ้นได้รับการปรับปรุงให้มีการทันสมัยและเข้าถึงกันง่ายขึ้น ในรูปแบบตลาดหุ้นออนไลน์ที่มีเพียงโทรศัพท์ก็สามารถเข้าถึงได้แล้ว ซึ่งหุ้นจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน คือ 1. หุ้นสามัญ คือเป็นตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทมหาชนจำกัดที่ต้องระดมเงินทุนจากภาคชาชน โดยผู้ถือหุ้นสามัญจะมีสิทธิร่วมเป็นเจ้าของบริษัทคนหนึ่ง ยังผู้ถือหุ้นสามัญของบริษัทจะได้รับผลตอบแทนเป็นเงินปันผล เป็นต้น 2. หุ้นบุริมสิทธิ  คือเป็นตราสารหนี้ที่ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิมีสิทธิเหมือนผู้ถือหุ้นสามัญเช่นกัน  ผลตอบแทนของหุ้นบุริมสิทธิจะไม่เหมือนกับหุ้นสามัญคือจะได้รับผลตอบแทนเป็นเงินปันผลคงที่

หุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิต่างกันอย่างไร ถ้าต้องการซื้อแนะนำเป็นหุ้นตัวไหนดีในปี2021

ในส่วนของหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธินั้นจะไม่การแตกต่างกันมาก ยกตัวอย่าง หุ้นสามัญจะมีส่วนร่วมความเป็นเจ้าของ มีสิทธิในการออกเสียงประชุมผู้ถือหุ้น  ไม่มีกำหนดอายุ ตลาดหลักทรัพย์มีสภาพคล่องสูงในการจัดการ  โดยผู้ถือหุ้นต้องมีหุ้นสามัญอย่างน้อย 100 หุ้นและผู้ที่ลงทุนนั้นต้องยอมความเสี่ยงที่สูง

ในส่วนของหุ้นบุริมสิทธิ จะมีสิทธิความเป็นเจ้าของเหมือนหุ้นสามัญ แต่ไม่สิทธิในการจัดการบริหารบริษัทและไม่มีสิทธิลงคะแนนเสียงในที่ประชุม  โดยจะได้รับผลตอบแทนเป็นเงินปันผลเร็วกว่าหุ้นสามัญและในอัตราคงที่

ลักษณะของหุ้นสามัญคืออะไร และราคาตลาดของหุ้นสามัญขึ้นอยู่กับปัจจัยอะไรบ้าง

ลักษณะทั่วไปของหุ้นสามัญจะเป็นในรูปแบบของหุ้นที่กิจการที่เป็นบริษัทมหาชนจำกัด ออกให้ผู้ซื้อ เพื่อระดมทุนในการขยายกิจการ หรือหมุนเวียนในกิจการ เป็นต้น  ปัจจัยที่ทำให้เกิดราคาของหุ้นสามัญ คือ 1. ผลตอบแทนที่นักลงทุนคาดว่าจะได้รับ มีทั้งในรูปของเงินปันผลและส่วนต่างราคา โดยนักลงทุนจะซื้อหุ้นสามัญมาทำกำไรในราคาที่ต่ำแล้วจะขายต่อในราคาที่สูง เนื่องจากมีการอัพเดทล่าสุดมีความต้องการซื้อหุ้นสามัญเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ราคาหุ้นสามัญมีการขยับตัวที่สูง ทำให้นักลงทุนมีการเก็งกำไรจากการขายหุ้น

ปัจจัยที่สองความเสี่ยงที่นักลงทุนจะต้องเผชิญจากการลงทุนในหุ้น เพราะเนื่องจากราคาของหุ้นแต่ละตัวนั้นจะขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจของกิจการแต่ละกิจการ  และด้วยสภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยตกต่ำและอุตสาหกรรมอยู่ในช่วงตกต่ำเช่นกัน ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อราคาตลาดของหุ้นสามัญเป็นอย่างมาก